Profil de Siripha.: PUIPUIPhotosBlogListes Outils Aide

Siripha Junlakarn

Lieu

.: PUIPUI

The best thing about the future is that it only comes one day at a time.
Photo 1 sur 5
3 février

The end of the day

I have gotten forward mail from Puen, The end of the day.
When I saw it, firstly I though of it will be the title of movie but it's wrong.
Do you know "Win Leowarin" ? That sound familiar. 
Yes, he is a writer who wrote "
ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน" and "สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน"
and he gave us the idea about "The end of the day"
Let's read it na ka. It's interesting.

PhotobucketPhotobucketPhotobucketPhotobucketPhotobucketPhotobucketPhotobucket
31 octobre

....แล้วก็...

หลังจากหายหน้าหายตาไปนาน สิริภาก็ได้กลับมาอีกครั้ง
จริงๆ ตอนนี้เหมือนจะอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรที่เป็น output ออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน
แต่ระหว่างนั้นก็ทำไรไปหลายอย่าง

หลังจากจบรับปริญญา ก็ไปท่องเที่ยว ณ อีกทวีป (ขอบคุณเพื่อนสำหรับการดูแล อาหาร และที่พัก)
แต่ระหว่างเที่ยวก็มี mail จาก อ.แนบ เกี่ยวกับรุ่นพี่ที่ Virginia Tech อยากได้นักวิจัย
แต่เขารีบ ก็คือต้องสมัครให้ทันตุลาคม เพราะฉะนั้นถ้าจะสมัครก็ต้องเร่งสอบ GRE และ Toefl
จริงๆ เราก็ว่ามันไม่ทัน แต่ไม่มีไรจะเสีย ลองก็ลองว่ะ ก็เลยหายหน้าหายตาไปอีกเดือนกว่าๆ เพื่อเตรียมสอบ
และในที่สุดผลการสอบก็ออกมา ก็ตามเนื้อผ้า มิได้ฝึกฝนอยู่เป็นประจำ ให้มาอ่านภายในหนึ่งเดือน แล้วต้องสอบสองตัว
ก็เรียบร้อยไปตามระเบียบ คือ ได้คะแนนแสนน้อยนิด เอาว่ะอย่างน้อยก็ได้ลอง

จากนั้นก็สมัครงาน สมัครไปหลายที่เหมือนกัน แต่ตอนนี้เขาเรียกมาที่เดียว ดูแล้วเขาคงกลัวเด็กจุฬาจะทำงานไม่ทน
เพราะเขาบอกว่าก่อนหน้านี้รับมาคนหนึ่ง ป.โท จุฬา แต่สุดท้ายทำงานปีเดียว แล้วพี่แกก็ออกไปเป็นนักบิน เหมือนตาโอ๊ตเลย
แต่ตานั้นไปเป็นนักบินเลย ยังไม่ได้ทำงาน

พอวันที่ 25-26 ตุลาคม ก็ไป EECON-30 มา แต่มันเป็น EECON ครั้งที่ 3 ของเราแล้ว
ครั้งนี้จัดที่กาญจนบุรี ที่พัก อาหารการกินอิ่มหนำ ปีนี้ เบ ได้บทความดีเด่นด้วย ตอนรับรางวัล พี่แกลากยีนกับผมยุ่งๆ ขึ้นไปรับ
แล้วก็เจอคุณปราโมทย์ด้วย มันมาอวดเสื้อที่ี่แพรซื้อให้มันด้วย

ต่อจากนี้ไป ก็คงสมัครงานต่อ แต่มีแนวโน้มว่าจะได้ทำงานอยู่กับ อ.แนบ 555

ปล. ต้าย้ายมาทำงานอยู่ที่กรุงไทย พอดีได้ทุนที่ธนาคาร จะไปเรียน OR
ใครอยากปรึกษาเรื่องการเงินติดต่อต้าได้นะ สนใจประกันติดต่อได้ 555 (ล้อเล่น)



18 août

แด่เพื่อนผู้จากลา

 
เป็นเวลาสาย ของวันที่ 17 สิงหาคม 
นอนแผ่หลาจากความเหนื่อยล้าหลังการเดินทาง
มือควานหาโทรศัพท์ดังที่ไม่ระบุว่าใคร
เสียงจากทางไกลดังขึ้น
.....น้องปุ้ย พี่นิคนะ น้องยิ๋งเสียแล้ว
              ยิ๋งไหนพี่ ยิ๋งเพื่อนเราแหละ......
ไม่มีน้ำตา มีแต่ความตกใจ จึงรีบกดโทรศัพท์ โทรหาแนน
นัดแนะกันอย่างรวดเร็ว ในที่สุดจุดมุ่งหมายก็มาถึงวัดที่ราชบุรี
เรามาไม่ทันอาบน้ำศพเพื่อน แค่ทันเห็นหน้าเพื่อนกำลังลงนอน
ทุกคนที่สัญญาว่าจะไม่ร้อง ต่างน้ำตานองอาบแก้ม
นี่..เพื่อนเราจากเป็นแล้วจริงๆ
 
29 avril

การเติบโตของลูกหมา


ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เรากลับไปนอนตีพุงอยู่บ้านเกือบอาทิตย์
สอบป้องกัน Thesis เสร็จ ก็เผ่นกลับบ้านเลย 555
แล้วที่ลืมไม่ได้ก็ต้องขอบใจเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เป็นกำลังใจให้ในวันสอบนะจ๊ะ

การกลับบ้านครั้งนี้ถือว่าไปพักผ่อน (กิน แล้วก็นอน) เต็มที่
น้ำก็ไม่ได้เล่น เพราะว่าฝนตกทุกวัน ไม่ตกเช้าก็ตกเย็น (จริงๆ แก่แล้ว ขี้เกียจเล่น)
วันๆ ก็หมกตัวอยู่บ้าน กับลูกหมาอีกสองตัว ชื่อ โค้ก กับไอซ์
ช่างมีความสุขจริงๆ ลูกหมากำลังโต ขนฟู น่าเล่นมาก
เบื่อๆ ก็มาเล่นกลับมัน จับมาเดินเล่นบนบ้าน ปล่อยให้วิ่งไปวิ่งมา
แต่เผลอหน่อยไม่ได้ ลูกหมาจะแอบไปหย่อนตูดฉี่ ก็นะเราก็ต้องเป็นคนเช็ด
แต่แม่เราก็ฝึกสองตัวมาดีนะ ถ้ามีกระดาษหนังสือพิมพ์ปู มันก็จะฉี่บนกระดาษ
ตอนนี้ไอ้สองตัวนั้นก็คงสองเดือนแล้ว แม่บอกว่ามันอ้วนกลม เวลาเดินก้นก็บิดไปบิดมา
เห็นแล้วน่าหมั่นเขี้ยวมาก
(เราบอกแม่ว่า อย่าเลี้ยงให้มันอ้วนมาก เพราะเห็นแม่เล่นต้มไข่ให้มันกินวันละฟองเลย)

รูปนี้ตอน 1 เดือน หัวเล็กชื่อไอซ์ (ซ้าย) หัวโตชื่อโค้ก (ขวา)
จากรูปก็พอจะเดาออกอ่ะนะ ว่าตัวไหนขี้เกียจ ตัวไหน Alert 555

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ส่วน 2 รูปนี้เดือนครึ่ง ดูอ้วนทั้งสองตัว แต่จริงแล้วขนมันฟู รูปบนคือ "โค้ก" ครับ ส่วนรูปล่างคือ "ไอซ์" ครับผม

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

17 avril

ใต้อันดามันวันใกล้อวสาน / วินิจ รังผึ้ง

 
ที่มา : Manager Online
 
 Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
 
       ปลายปี 2547 เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิที่ถาโถมเข้าถล่ม 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน สร้างความเสียหายมากมายต่อการท่องเที่ยวและวิถีชีวิตผู้คน
จนบัดนี้แม้นเหตุการณ์จะผ่านไปกว่า 2 ปีแล้ว การแก้ไขปัญหา การเยียวยาในด้านต่างๆก็ดำเนินไปมากมายพอสมควร จนวิถีชีวิตส่วนใหญ่กลับคืนใกล้เคียง
กับปรกติ การท่องเที่ยวเริ่มฟื้น ผืนทะเลอันดามันเริ่มคึกคักอีกครั้ง แต่เหมือนธรรมชาติยังคงค้างคาใจกับมนุษย์อย่างไม่สุดสิ้น ด้วยท้องทะเลอันดามันปีนี้
กลับต้องประสบกับเหตุการณ์ท้องทะเลขุ่นข้น อุณหภูมิของน้ำเย็นจัด และเกิดปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม สร้างความเสียหายกับท้องทะเล
แนวปะการังและโลกใต้ทะเลกระหน่ำซ้ำเติมให้เลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก
       

       ต้นปี 2548 หลังเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิใหม่ๆ ผมและทีมงานดำน้ำของ ททท. รีบลงไปดำสำรวจความเสียหายใต้ท้องทะเลอันดามัน โดยเฉพาะ
จุดดำน้ำที่สวยงามขึ้นชื่ออย่างหมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ เกาะตาชัย หินแดง หินม่วง ปรากฏว่าปะการังบางส่วนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะปะการัง
โครงสร้างแข็งที่เปราะบางแตกหักง่าย แต่หลังจากสำรวจแล้วก็เบาใจ เพราะความเสียหายนั้นมีไม่มากมายอย่างที่วิตกคาดเดากันแต่แรก
       
       ปลายปี 2548 เริ่มฤดูกาลดำน้ำอันดามันกันอีกครั้ง ปีนั้นดำน้ำกันสนุก เพราะน้ำใส และได้ประจักษ์ว่าธรรมชาติใต้ท้องทะเลเริ่มการเยียวยาตัวเองอย่าง
เร่งรีบ ด้วยเราสำรวจพบว่า ปะการังที่แตกหักหรือพลิกคว่ำเริ่มแตกกิ่งก้านใหม่ขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วเกินคาด และเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลดำน้ำอีกครั้งปลายปี 2549
จนถึงต้นปี 2550 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความหวังว่าจะได้พบเห็นโลกใต้ทะเลอันดามันสวยงามเข้ารูปเข้ารอย เห็นท้องทะเลปรับเกลี่ยผืนทรายที่เคยเสียหายจาก
สึนามิให้เข้าที่เข้าทาง แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นวิกฤตการณ์อันเลวร้ายที่กระหน่ำซ้ำเติมแหล่งดำน้ำในอันดามันอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง ด้วยปรากฏการณ์เอลนีโญ
ที่เกิดขึ้นครอบคลุมมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้และส่งผลกระทบมาจนถึงน้ำทะเลในเขตอันดามันฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ทำให้เกิดการไหลเวียนของมวลน้ำเย็น
จากภายนอกเข้ามาสู่หมู่เกาะทางฝั่งทะเลอันดามันของไทย
       
       เมื่อน้ำทะเลที่มีความเย็นจากด้านล่างถูกดันขึ้นมาพร้อมกับมวลสารที่อุดมสมบูรณ์จากพื้นทะเล ทำให้เกิดการแพร่พันธุ์และการขยายตัวของแพลงก์ตอน
อย่างทวีคูณ จนเกิดปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม ทำให้น้ำทะเลขุ่นเต็มไปด้วยแพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ขนาดเล็กจำนวนมากมาย
       
       ตอนต้นฤดูกาลที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นใหม่ๆ แค่น้ำเย็นบ้าง น้ำขุ่นบ้าง ก็พอทำเนาเพราะยังมีปลาขนาดใหญ่ที่ชอบกินแพลงก์ตอนเป็นอาหารอย่างฉลามวาฬ
และปลากระเบนราหูเข้ามาตามจุดดำน้ำกันอย่างชุกชุม นักดำน้ำยังคงหวังว่าเหตุการณ์จะไม่เลวร้ายและน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น
เพราะเมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงมีนาคม ซึ่งน่าจะเป็นช่วงที่คลื่นลมแถบอันดามันสงบที่สุด น้ำทะเลสวยใสที่สุด แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายที่สุด
เพราะเริ่มมีข่าวน้ำขุ่นมากขึ้นไปอีกหลายคนบอกว่าขุ่นจนเป็นสีแดงเหมือนน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเลยทีเดียว
       

       ความขุ่นแดงของน้ำนั้นเกิดขึ้นทั่วท้องทะเลอันดามัน ตั้งแต่กองหินริเชลิวที่อยู่ตอนเหนือเรื่อยลงไปยังเกาะตาชัย เกาะบอน หมู่เกาะสิมิลัน และลงไปทาง
อันดามันใต้แถวหินแดง หินม่วง รวมทั้งหมู่เกาะตะรุเตา และล่าสุดเริ่มมีข่าวร้ายว่ามีปลาเริ่มตายลอยกันให้เห็นมากมาย และข่าวที่ดูจะเลวร้ายที่สุดก็คือปะการังอ่อน
สีแดงสีม่วงที่เคยปกคลุมหินแดงหินม่วงจนสวยงามละลานตาคล้ายดั่งภูเขาแห่งมวลดอกไม้ใต้ทะเลนั้น ได้ตายลงจนเหลือแต่ภูเขาหินโล่งเตียน
       
       ไม่เพียงแต่ปะการังอ่อนต้นบอบบางที่อ่อนไหวเท่านั้นที่ตายลง แม้แต่มีปลาเล็กปลายน้อยที่อาศัยอยู่ในแนวปะการัง ก็ลอยตายกันเกลื่อนไปทั้งกองหิน
แม้แต่กระทั่งสัตว์ทะเลจำพวกกุ้งหอย ที่เกาะอาศัยอยู่ตามซอกหลืบผาหิน ก็ยังตายกันเกลื่อนเหลือแต่ฝาหอย เปลือกหอย ซึ่งโดยปรกติแล้ว สัตว์จำพวกหอยนั้น
เป็นสัตว์ทะเลที่ทนต่อสภาพน้ำ และสามารถที่จะอาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำใสและโคลนตม ยังตายกันเกลื่อน เกิดอะไรขึ้นกับท้องทะเลอันดามันกันแน่
       
       หลายคนต่างงุนงง แม้แต่ชาวบ้านชาวประมงหลายคนก็บอกว่าไม่เคยพบไม่เคยเห็นปรากฏการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อน ปลาบางตัวว่ายขึ้นมาบนผิวน้ำด้วย
อาการอ่อนล้าเหมือนขาดอากาศหายใจ ซึ่งนักวิชาการหลายคนก็ต่างให้ความเห็นกันไปต่างๆนานา แต่ข้อมูลที่น่าจะมีเหตุมีผลที่สุดก็น่าจะเป็นการเกิด
ปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูมอย่างรุนแรง โดยแพลงก์ตอนประเภทสาหร่ายเซลเดียวบางชนิดเกิดการแพร่พันธุ์ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว สาหร่ายเซลเดียว
เหล่านี้จะแพร่พันธุ์โดยการแบ่งตัวชนิดทวีคูณ ซึ่งเกิดจากสภาพอาหารและอุณหภูมิของน้ำเหมาะสม สาหร่ายเซลเดียวเหล่านี้บางชนิดก็มีพิษในตัว
เมื่อขยายพันธุ์จนครอบคลุมท้องทะเลแถบไหน ปลาหรือสัตว์ทะเลในบริเวณนั้นก็อาจจะได้รับผลกระทบไปด้วย
       
       ในขณะที่หากเป็นสาหร่ายเซลเดียวที่ไม่มีพิษ แต่เมื่อขยายตัวจนมีจำนวนมากมายมหาศาลก็จะปกคลุมท้องทะเลจนน้ำขุนมัว ทำให้แสงอาทิตย์ส่องลงไป
เบื้องล่างมีปริมาณน้อยจนสัตว์ทะเลหรือปะการังที่จำเป็นต้องได้รับแสงอาทิตย์อาจตายลงได้ ที่สำคัญเมื่อมีปริมาณมากขึ้นจนเต็มทะเล สาหร่ายเซลเดียวเหล่านี้
จะใช้ออกซิเจนในน้ำเพื่อสังเคราะห์แสง ปริมาณออกซิเจนในน้ำทะเลจึงลดลง ปลาขนาดเล็กหรือปลาที่อ่อนไหวก็ไม่อาจทนทานต่อการขาดออกซิเจนในน้ำได้
จึงตายลอยกันเป็นแพ
       
       ไม่เพียงเฉพาะปลา ปะการัง และสัตว์ทะเลเจ้าถิ่นเท่านั้นที่ต้องล้มตายลงเพราะถูกแย่งออกซิเจน แม้แต่สาหร่ายเซลเดียวตัวมันเอง เมื่อแบ่งเซลขยายตัว
มากขึ้นจนถึงขีดสุด ตัวมันเองก็ไม่มีอากาศหายใจเอง และตายลงในที่สุด(สมน้ำหน้า) กลายเป็นซากแพลงก์ตอนสีเหลืองน้ำตาลลอยเป็นคราบตามผิวน้ำ
ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า "ขี้ปลาวาฬ" นั่นเอง
       
       ปรากฏการณ์แพลก์ตอนบลูมหรือ "ขี้ปลาวาฬ" นั้นแม้นจะเคยเกิดขึ้นบ่อยครั้งและในหลายพื้นที่ทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิด
เป็นบริเวณไม่กว้างขวางและไม่รุนแรงนัก อีกทั้งยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆเพียง 3-4 วันก็ผสมผสานจางหายถ่ายเทไปกับน้ำทะเลรอบข้าง แต่ครั้งนี้เกิดขึ้นเป็น
วงกว้างเกือบทั่วท้องทะเลอันดามันของไทย ตั้งแต่ระนองลงไปถึงสตูล และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อหมู่ปะการังและสรรพชีวิตใต้ท้องทะเลอย่างมาก
โดยเฉพาะบริเวณหินม่วง หินแดงนั้น เกิดความเสียหายมากมายกว่า 60 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว ก็คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด และเอาใจช่วยให้สถานการณ์
คลี่คลายลง ไม่เช่นนั้นเราคงจะไม่เหลือภาพอันสวยงามของปะการังอ่อนที่หินม่วงเช่นที่นำมาลงให้ดูกันนี้ให้เห็นอีกต่อไป
 
 Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
 Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket